หน้าเว็บเพลงและภาพ

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

ปรองดอง-ปองดอง

ความเห็นต่าง ที่ผิดแผกแปลกแยกทำลาย สร้างชื่อเสียงเงินทอง และอำนาจให้คนได้ในชั่วพริบตา ทั้งยังเป็นที่สรรเสริญเยินยอ ต่อเมื่อความจริงปรากฏ แม้จะถูกถุยถ่มนินทา ตัดพ้อบริภาษอย่างไร ผู้กระทำการนั้น ก็หาได้ระคายเคืองหนังหน้าไม่ เนื่องเพราะเขาได้สำเร็จสมประสงค์ ณ ช่วงเวลานั้นไปแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นวันสิ้นโลก วันโลกแตก ที่ปล่อยข่าวฮือฮากันได้เป็นพักๆ จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดก็ตามที ผู้หยิบยกเรื่องราวเหล่านี้มาวิเคราะห์วิจารณ์ มานำเสนอ มักโดดเด่นดั่งวีรบุรุษ ผู้จุดประเด็นวิพากษ์ให้สังคม
นับเป็นจิตวิทยาตื้นๆ เหมือนเด็กลงไปชักดิ้นชักงอเรียกร้องความสนใจ เพียงเพราะเหตุผลเดียว คือความต้องการเป็นที่ยอมรับนับถือ สร้างภาพโดดเด่น โด่งดัง ให้เป็นที่สนใจของผู้คน ไม่ว่าจะผิดถูกชั่วดีอย่างไร มิพักต้องใส่ใจคำนึง

บางคน บางหมู่เหล่าสติปัญญาตื้นเขิน บ้องตื้นถึงขนาดปล่อยข่าวถึงเหตุที่ฝนตกน้ำท่วมบ้านเรือนอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นเพราะคนนั้น เป็นเพราะคนนี้ เป็นเพราะไอ้นั่น เป็นเพราะอีนี่...พี่น้องครับ เราล้วนต่างเป็นปุถุชนคนเดินดินกินข้าวแกงเหมือนกัน ถามหน่อยเถอะว่า ใครมันจะมากบุญยาบารมี แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ถึงขั้นไปบงการธรรมชาติได้ สามารถสั่งฝนให้มันตกไม่ตกตรงนั้นตรงนี้ ในประเทศนั้นในประเทศนี้ได้ บงการให้น้ำท่วมตรงนั้นไม่ท่วมตรงนี้ได้ บงการให้เขื่อนแตกไม่แตกได้ บงการให้พนังกั้นน้ำพังไม่พังได้ บงการให้โคลนถล่มไม่ถล่มได้ บงการให้ ลานีญา - เอลนีโญ กระทั่งซึนามิ ให้มันเกิดขึ้นตรงนั้นตรงนี้ หรือไม่ให้เกิดขึ้นตรงนั้นตรงนี้ได้ เกิดอะไรขึ้นกับไทยแลนด์แดนศิวิไลซ์ของเรากันแน่ครับ ผมละมึนจริงๆ

หยุดถามตัวเองสักนิดเถิดว่า สภาวะโลกร้อน? ร้อนได้อย่างไร? การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก? เอลนีโญ - ลานีญา? สภาวะเรือนกระจก? พลังงานจากดวงอาทิตย์ ? แกนแม่เหล็กของโลกเบี่ยงเบน ฯลฯ มนุษย์ทุกคนบนโลกบิดเบี้ยวใบนี้ มิได้มีส่วนร่วมในการกระทำให้มันเกิดขึ้นหรือ การตัดไม้ทำลายระบบนิเวศน์การเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติ การขุดเจอะแหล่งพลังงาน การผลิต การใช้ สิ่งเหล่านี้ เรา-ท่านทั้งหลายล้วนเป็นผู้สร้างและทำลายทั้งสิ้น หรือมิใช่?...เมื่อไรจะเลิกตีโพยตีพายโทษใครอื่นกันเสียที แล้วหันหน้าเข้ามาปรองดอง สมัครสมานสามัคคีผนึกพลังช่วยกันคิด ร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไข...จะไม่ดีกว่าหรือ?..

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ปรากฏการณ์เลือก (ข้าง) สื่อ...เสพ



หลายปีมานี้ ประเทศของเรามักสื่อหรือเสพข่าวแต่เพียงด้านเดียว ด้วยอคติ ด้วยมิจฉาทิฐิ ไม่ว่าจะเป็นกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ โครงการฯ รัฐบาล กระบวนการยุติธรรม พลังงานปิโตรเลียม ปราสาทพระวิหาร P4P สถานการณ์ชายแดนใต้ หรือแม้กระทั่ง กบข.
อคติ ลำเอียงเพราะรักชอบ จึงคิด จึงเขียน จึงอ่าน จึงฟัง จึงดู จึงพูด จึงเชื่อ
อคติ ลำเอียงเพราะเกลียด ไม่ชอบขี้หน้าจึงโจมตีด่าว่าหาเรื่องให้เป็นที่เดือดร้อนกาย รำคาญใจ
มิจฉาทิฐิ มีความเห็นผิด ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ข้อมูลสารสนเทศไม่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ หรือครอบคลุมเนื้อหา และเป็นกลาง
ในทางพระพุทธศาสนา การหลุดพ้นจากความอคติได้ต้องใช้พรหมวิหาร 4 คือเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ซึ่งเป็นธรรมของผู้ที่สูงส่งกว่าจะพึงมีให้แก่ผู้ด้อย กล่าวคือ มีความปรารถนาให้เขาเป็นสุข อยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ พลอยยินดีไม่คิดอิจฉาริษยาเมื่อเห็นเขาได้ดีมีสุขกว่า และรู้จักวางเฉย วางตัวเป็นกลางไม่เลือกข้าง หรือเข้าร่วมสังฆกรรม กระหน่ำซ้ำเติมผู้เห็นต่าง เมื่อเห็นเขาผิดพลาดเพลี่ยงพล้ำ
ส่วนมิจฉาทิฐิ ความเห็นแปลกแยกนั้น ต้องใช้ศีล ปัญญา สมาธิ มาพิจารณาทำความเห็นนั้นให้ถูกต้อง มีความเป็นวิทยาศาสตร์ ใช้อ้างอิงและตรวจสอบได้
เมื่อมีศีลจิตใจก็ใสสะอาดปราศจากความขุ่นข้องหมองใจใดๆ มาแผ้วพาน เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาไตร่ตรองทำความเห็นให้ถูกต้องด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเกิดความเข้าใจรู้ทันสรรพสิ่งที่รายรอบตัว มองเห็นสัจธรรมชีวิตมากยิ่งขึ้น คือมีความสว่างนั่นเอง และท้ายสุดสมาธิความสงบเยือกเย็น ค่อยอ่าน เขียน ฟัง ดู คิด โอภาปราศรัยด้วยมธุรสวาจา ด้วยทีท่าอริยบุคคล ก็จะพบแต่ความสุขสงบ รากเหง้าอันเป็นปฐมเหตุแห่งความชั่วร้าย คือความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็จะมลายสิ้น สันติสุข สันติภาพ มิตรภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันก็จะหวนคืนสู่สภาวะอันควรจะเป็น
“ธรรมใดๆ ก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ”
ทุกสิ่งอย่างล้วนมีจุดเริ่ม!..เริ่มที่ตัวเองแล้วแพร่ขยายไปสู่สังคมรอบข้าง ...นิ้วที่ชี้ไปที่บุคคลอื่นมีแค่นิ้วเดียว แต่ชี้ตัวเองนั้นมีมากกว่าหนึ่ง ถามใจตัวเองว่า ท่านพร้อมที่จะแก้ปัญหา “เลือก (ข้าง) สื่อและเสพ” แล้วหรือยัง?..